ข้อดี-ข้อเสียของการลงทุนในคอนโดมิเนียม

ข้อดี-ข้อเสียของการลงทุนในคอนโดมิเนียม

ข้อดี-ข้อเสียของการลงทุนในคอนโดมิเนียม

การใช้ชีวิตในสังคมเมืองปัจจุบันมีปัญหาเรื่องค่าครองชีพสูงกว่าต่างจังหวัดค่อนข้างเยอะ ทั้งค่าใช้จ่ายประจำวัน ค่าน้ำมันแพงและรถติด พฤติกรรมที่ว่านี้เริ่มซึมเข้าสู่จิตใจคนไทยโดยไม่รู้ตัวมากขึ้น เช่น การที่จะเดินทางไปไหนต้องคิดหาเส้นทางไปก่อนออกเดินทางจึงจะเป็นการประหยัด ดังนั้นการจะซื้ออสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้าน, ทาวน์โฮม หรือ คอนโดฯ ก็จำเป็นต้องไตร่ตรองก่อนที่จะซื้อ และคำนึงถึงความคุ้มค่าที่จะได้รับ เนื่องจากมีราคาแพง บางคนเก็บเงินมาทั้งชีวิตก็หมดในเรื่องนี้
หากผู้ที่กำลังจะซื้อคอนโดฯ เพียงคิดว่าซื้อเพราะว่าสวย ใกล้ที่ทำงาน ใกล้รถไฟฟ้า หรือราคาที่เรามีความสามารถจะซื้อได้ ท่านอาจจะคิดผิดก็ได้ ดังนั้นเรามาดูข้อดี-ข้อเสียของการลงทุนในคอนโดมิเนียมกันก่อน

 ข้อคิดในการเลือกซื้อคอนโดฯเพื่อประกอบการตัดสินใจ ดังต่อไปนี้

1.คิดถึงอนาคต ครอบครัวของท่านจะะใหญ่ขึ้นหรือไม่ ภายในกี่ปี คอนโดฯอาจจะเล็กไปในวันนั้น ถ้าต้องย้ายจะทำอย่างไร จะให้เช่าหรือขาย ถ้าให้เช่าใครจะเช่า หรือถ้าขายใครจะซื้อ ซึ่งเป็นการคาดการณ์จริงๆแล้ว ณ ก่อนวันซื้อ เราสามารถดูรายละเอียดที่ว่านี้ได้ เช่น ใกล้สถานศึกษามหาวิทยาลัย ที่นักศึกษามีกำลังซื้อ หรือใกล้แนวรถไฟฟ้าสายต่างๆที่ก่อสร้างเสร็จ และที่อยู่ในแผนในอนาคต หรืออยู่ใจกลางเมืองเขตพื้นที่เศรษฐกิจและแหล่งงานของเขตเมืองใหญ่ หรืออยู่ใกล้โรงเรียน สถานสำคัญต่างๆ อาทิ เช่น กระทรวง ศูนย์ราชการ โรงพยาบาล ควรจะนำเอาปัจจัยเหล่านี้ เข้าร่วมพิจารณาในการตัดสินใจซื้อด้วย มิฉะนั้นท่านอาจต้องปิดป้ายขาย จนป้ายเก่าแล้วยังขายไม่ได้เลย

2.การบริหารการจัดการ ควรสอบถามผู้ที่เข้าอยู่อาศัยก่อนเราซื้อ หรือสอบถามจากพนักงานขาย ถึงใครให้บริการ มีคณะกรรมการไหม ผู้จัดการนิติบุคคล เป็นใคร มาจากไหน แนวโน้มจะมีการสรรหาใหม่หรือไม่ ได้รับบริการอะไรบ้าง ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายส่วนกลางเป็นเงินเท่าไร และจ่ายเมื่อไร ค่าปรับชำระหนี้ช้าคิดอย่างไร เริ่มเมื่อไร ค่าน้ำ ค่าไฟ จ่ายที่ใคร หน่วยละเท่าไรทั้งนี้ควรถามถึงเพื่อนบ้านส่วนใหญ่และที่อยู่ใกล้ห้องชุดที่จะซื้อ มีอาชีพอะไร เพศ ความเป็นครอบครัวของเพื่อนบ้าน และถามประโยชน์ใช้สอยที่เพื่อนบ้านใช้ห้องชุด เช่น เก็บของ ให้เช่า ให้ญาติอยู่ หรือปิดตาย เป็นต้น ที่ขาดไม่ได้ ควรถามถึงยอดเงินกองทุน และเงินค่าใช้จ่ายส่วนกลางมีเหลืออยู่เท่าไร ค่าบริหารจัดการปีละเท่าไร แนวโน้มเงินคงคลังเป็นอย่างไร การที่ท่านได้ข้อมูลมากเท่าไรก็ยิ่งทำให้ท่านมีความเสี่ยงภัยน้อยมากเท่านั้น

3.มุมมองแบบการลงทุน หากท่านมีเงินเก็บในธนาคาร ซึ่งจากปีนี้ไปรัฐบาลจะลดและยกเลิกประกันความเสี่ยงเงินฝากธนาคารเท่ากับ ศูนย์ ภายในระยะเวลา 5 ปี ประกอบกับ อัตราดอกเบี้ยเงินฝากยังมีแนวโน้มค่อนข้างต่ำลง
ดังนั้นน่าจะหันมาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์จะดีกว่า โดยเฉพาะอาคารชุดที่อยู่ในย่านที่สามารถให้เช่าได้ง่าย บางแห่งค่าเช่าสามารถผ่อนส่งตัวห้องชุดเองได้โดยท่านไม่ต้องควักกระเป๋า เพียงแต่ท่านจะต้องหาสินเชื่อธนาคาร แล้วท่านใช้เงินที่ท่านมีชำระเฉพาะส่วนต่างราคา ระหว่างสินเชื่อธนาคารกับผู้ขาย อาจซื้อได้หลายห้องชุด แล้วแต่เครดิตของท่าน จากนั้นท่านรอเวลา เมื่อค่าเช่าผ่อนตัวเองหมดท่านก็เป็นเจ้าของห้องชุดนั้นในราคาถูกมากๆ หากท่านไม่รอรับโอนกรรมสิทธิ์จากธนาคาร (ปลดจำนอง) เมื่อเงินต้นของสินเชื่อลดลงระดับหนึ่ง ท่านอาจขายใช้หนี้ธนาคารไป ที่เหลือก็เป็นกำไรของท่านล้วนๆ ข้อแม้ คือต้องทำตามหลักการ ข้อ 1)

4.ข้อมูลและรายละเอียดของโครงการ ข้อมูลต่างๆที่ท่านต้องการควรสอบถามจากผู้อยู่อาศัย เนื่องจากจะได้ข้อมูลที่แท้จริงกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ควรรับข้อมูลจากบริษัทนายหน้า เพราะเขาจ้องที่จะขายอย่างเดียวอาจได้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนได้ ส่วนใหญ่คอนโดฯ แทบทุกแห่งจะมีนายหน้าทำหน้าที่ให้ข้อมูลอยู่2ประเภท คือ บริษัทนายหน้า และนายหน้าชาวบ้าน อย่างหลังมักได้ข้อมูลที่ถูกต้องมากกว่า เนื่องจากเขาเหล่านั้นจะเป็นเพื่อนบ้านคนแรกของผู้อ่านเมื่อตกลงใจซื้อ และเมื่อยามใดที่ผู้อ่านมีปัญหาเขาเหล่านั้นจะช่วยเหลือท่านได้อย่างรวดเร็วด้วยความจริงใจเป็นคนแรกเช่นกัน นั่นหมายความว่าท่านจะขายได้ราคาสูงสุดในขณะนั้นด้วยเช่นเดียวกัน