วิธีการดูแลรักษาบานประตูและบานหน้าต่าง

วิธีการดูแลรักษาบานประตูและบานหน้าต่าง

วิธีดูแลรักษาควรระมัดระวังไม่ให้บานประตู เปิด-ปิดอย่างรุนแรง เพราะลูกบิดอาจจะไปชนถูกผนังรอยเดือยของลูกบิดอาจจะเคลื่อน ทำให้เปิดปิดประตูยากขึ้น และไม่ควรให้เด็กห้อยโหนลูกบิดประตูเล่น นอกจากจะเกิดอันตรายแล้วยังทำให้ลูกบิดเสียและตัวบานพับหลวม ส่งผลทำให้ตัวบานตก ประตูจะฝืดขณะเปิดปิดได้

หากเป็นประตู – หน้าต่าง ที่เป็นลูกฟักกระจก เมื่อใช้งานไปเป็นระยะเวลานานๆ ขณะฝนตกอาจจะมีน้ำซึมเข้าตามขอบกระจก เนื่องจากซิลิโคนที่ใช้อุดร่องรอยต่อระหว่างกรอบบานไม้และกระจกเสื่อมสภาพ หรือหลุดล่อน ให้ลอกซิลิโคนเก่าออกแล้วอุดซิลิโคนใหม่เข้าไป

การทำความสะอาด บานประตูและบานหน้าต่างทำจากวัสดุหลัก 2 ประเภทคือ ตัวบานที่ทำจากไม้กับตัวบานที่ทำจากพลาสติก แต่การดูแลรักษาประตูหน้าต่างจะไม่ค่อยแตกต่างมากนักคือ หากมีคราบสกปรกใช้ผ้าแห้งหรือชุบน้ำสะอาดหมาดๆ เช็ดถู

ตัวอย่างประตูหน้าต่างที่ใช้งานในสถานที่ต่างๆ

1.ประตูหน้าต่าง โครงสร้างไม้นอกบ้าน

การป้องกัน

ปกป้องผิวไม้จากความชื้นและแสงแดดด้วยการทาสีน้ำมัน สีน้ำพลาสติกสำหรับงานไม้โดยเฉพาะ หรือใช้สีย้อมไม้ ซึ่งทาแล้วซึมเข้าเนื้อไม้ จึงโปร่งแสงเห็นลายไม้ ใช้ง่ายเพียงเตรียมพื้นผิวให้สะอาดและแห้งสนิทก็ทาทับหน้าได้ทันที ซึ่งสีเหล่านี้จะมีความทนทานต่อน้ำและแสงแดดมากกว่าน้ำยาเคลือบผิวชนิดที่เป็นฟิล์มใส เช่น พอลิยูรีเทนหรือแล็กเกอร์ เราขอแนะนำให้ป้องกันปลวกและมอดด้วยการใช้น้ำยาป้องกันแมลงกินไม้ทาให้ทั่วก่อนจะทาสี ถ้าจะลงมือทำเองให้พึงระวังว่าน้ำยาชนิดนี้เป็นยาฆ่าแมลง ต้องสวมถุงมือ ใส่หน้ากาก ทำงานอยู่เหนือลม และควรปฏิบัติตามคำแนะนำข้างกระป๋อง หรือจะให้ปลอดภัยที่สุดก็คือจ้างมืออาชีพเข้ามาวางระบบป้องกันและกำจัดปลวกเสียเลย

การดูแลรักษา

ไม้นอกบ้านแม้จะอยู่ในที่ร่ม ก็ยังต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การหด บิด และโก่งตัวเป็นเรื่องปกติ ตัวอย่างที่เห็นง่ายที่สุดคือบานหน้าต่างไม้ ที่เริ่มเปิดปิดไม่สะดวก สีก็ลอกล่อน สามารถแก้ไขได้โดยขัดสีที่เสียหายออกให้ถึงเนื้อไม้ และไสผิวให้เรียบ ก่อนลงสีใหม่ การทาสีย้อมไม้จะต้องทา 2-3 ชั้น แต่ละชั้นควรทิ้งระยะให้แห้งตัวอย่างน้อย 6 ชั่วโมง

2.พื้น บันได และไม้ในบ้าน

การป้องกัน

ไม้ในบ้านอาจไม่ต้องต่อสู้กับฝนและแสงแดดมากนัก แต่จะมีปัญหาเรื่องรอยขีดข่วนจากการใช้งานมากกว่า น้ำยาเคลือบผิวชนิดฟิล์มเป็นทางเลือกที่เป็นที่นิยม เพราะดูแลทำความสะอาดง่าย ให้ความมันวาว หรือด้านตามความต้องการ โดยทั่วไปโพลิยูรีเทนจะทนทานกว่า ไม่เหลืองขุ่นง่ายเท่าแลคเกอร์ ความชื้นจากใต้พื้นไม้ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เกิดความเสียหาย ก่อนปูพื้นไม้ ควรรอให้ปูนแห้งสนิทเสียก่อน ส่วนปัญหาปลวกป้องกันได้ด้วยการทาน้ำยาป้องกันแมลงกินไม้ให้ทั่ว ก่อนจะเคลือบด้วยโพลิยูรีเทน

การดูแลรักษา

การทำความสะอาดไม้ที่เคลือบผิวด้วยฟิล์มนั้นง่ายมาก แค่ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดถูก็เพียงพอแล้ว เพราะฟิล์มที่เคลือบจะช่วยรักษาความชื้นในเนื้อไม้ได้ดีอยู่แล้ว แต่หากถึงเวลาหมดสภาพ หลุดล่อนหรือเป็นรอยมากๆ อย่าทาน้ำยาเคลือบผิวทับไปเฉยๆ เพราะนอกจากจะดูไม่ดีเท่าไรแล้ว อีกไม่นานก็จะลอกอีก ควรขัดออกให้หมดก่อน แล้วเคลือบใหม่จึงจะดีที่สุด

จะเห็นได้ว่าการดูแลรักษาประตูนั้นทำได้ไม่ยากเลยใช่มั้ย แล้วยิ่งประตูรุ่นใหม่ๆ แทบจะไม่มีตำหนิเลย เนื่องจากผู้ผลิตรายการต่างๆ ก้พัฒนาประตูให้มีประสิทธืภาพสูงและสามารถใช้งานได้หลายปี โดยไม่เสียหายเลย