วิธีดูแลและทำความสะอาด สุขภัณฑ์ห้องน้ำ อ่างล้างหน้า + โถสุขภัณฑ์

วิธีดูแลและทำความสะอาด สุขภัณฑ์ห้องน้ำ อ่างล้างหน้า + โถสุขภัณฑ์

การดูแลรักษาชักโครก( โถสุขภัณฑ์)

ชักโครก หรือ โถสุขภัณฑ์ เครื่องสุขภัณฑ์ที่คุณไม่อาจจะปฏิเสธการใช้งานได้ ดังนั้น การหมั่นคอยดูแลรักษาให้ชักโครกให้สะอาด คุณก็จะดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างปกติสุข ทุกวันนี้ โถสุขภัณฑ์ มีนวัตกรรมใหม่ๆ ที่มอบความสุขให้แก่ผู้ใช้ ทั้งดีไซน์ และราคาที่หลากหลายแตกต่างกันไป ซึ่งจะมีให้เลือกหลายรูปแบบตั้งแต่กดชำระธรรมดา หรือแบบชำระโดยอัตโนมัติ แบบกดน้ำน้อยหรือมากแล้วแต่ความต้องการของแต่ละคน

วิธีดูแลและทำความสะอาด สุขภัณฑ์ห้องน้ำ

นอกจากจะเลือกแบบได้ตามความต้องการแล้ว ในแต่ละแบบจะมีวิธีการดูแลรักษาต่างกันเพื่อให้เราใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย สละเวลาสักนิดพิชิตคราบให้ชักโครก การดูแลรักษาชักโครกนั้น เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำเป็นประจำ เพื่ออนามัยของคุณและครอบครัว

วิธีการดูแลรักษา ชักโครก (โถสุขภัณฑ์)

  • 1.หากชักโครกเป็นคราบดำ ให้ใช้แปรงชุบน้ำยาทำความสะอาดมาขัดจากนั้นแล้วล้างด้วยน้ำสะอาด คราบดำก็จะหลุดออกมาอย่างง่ายเลยทีเดียว
  • 2.หากชักโครกมีคราบหินปูนฝังแน่น โดยใช้น้ำส้มสายชูประมาณ1-2 แก้วจากนั้นราดให้ทั่ว และราดให้โดนคราบให้ทั่วถึง แล้วทิ้งไว้ประมาณ 15นาที แล้วขัดด้วยสก๊อตไบรท์แบบมีมือจับหรือแปรง ทำแบบนี้ไปสัก3 รอบ จะสะอาดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
  • 3.หากชักโครกเป็นคราบปัสสาวะ ให้กดน้ำชักโครก ออก 2-3 ครั้ง จากนั้นใช้น้ำยาซักผ้าขาวเข้มข้นลงไป แล้วขัดด้วยแปรง ทิ้งไว้ 30 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำอีกครั้งคราบก็จะหายไป

การดูแลรักษาอ่างล้างหน้า

อ่างล้างหน้าถือเป็นจุดที่คนส่วนมากใช้กันอยู่ทุกวัน ซึ่งใช้ไปสักระยะหนึ่งก็จะเกิดคราบได้ง่าย และป็นจุดสังเกตมากที่สุด ดังนั้นหากเกิดคราบสกปรกบริเวรอ่างก็จะทำให้ไม่น่าใช้และเสียเวลาในการทำความสะอาด ดังนั้นเราควรหมั่นทำความสะอาดอ่างล้างหน้าอยู่สม่ำเสมอ

วิธีการดูแลรักษาอ่างล้างหน้า

  • 1.นำผ้าสะอาดชุบน้ำส้มสายชูเล็กน้อย ถูให้ทั่วบริเวณพื้นผิวของอ่าง แล้วล้างออกด้วยน้ำสบู่อุ่นๆ จากนั้นค่อยล้างด้วยน้ำสะอาด แต่ถ้าอ่างมีคราบหินปูนหรือคราบสนิมเกาะ ให้ใช้แอมโมเนียผสมกับน้ำมะนาว ถูบริเวณคราบดังกล่าว ไม่นานคราบหินปูนและสนิมก็จะหลุดออก
  • 2.การขัดอ่างบ่อยๆจะเป็นผลดีต่อเรามาก เพราะหลายคนอาจคิดว่าการใช้น้ำสะอาดล้างทุกวันหลังใช้งานจะสะอาด แต่จริงๆแล้วภายในอ่างจะมีคราบตกค้างอยู่ยิ่งนานวันยิ่งเกาะตัวกันหนาขึ้น ทำให้อ่างดูสกปรกและต้องใช้แรงขัดทำความสะอาดมากขึ้น ดังนั้นการที่เราขัดอ่างบ่อยๆอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งเพื่อไม่ให้อ่างเกิดคราบหนาแน่นจนทำความสะอาดยาก การทำความสะอาดควรใช้น้ำยาผสมกับน้ำอุ่นเพื่อกำจัดเชื้อโรคในอ่างให้หมดจด
  • 3.ปกป้องอ่างจากรอยขูดขีด เพื่อป้องกันอ่างเกิดรอยขูดขีดจนดูเก่า ให้นำแผ่นพลาสติกเจาะรูพอ ๆ กับรูท่อน้ำทิ้งของอ่าง แล้วนำไปวางติดไว้ที่อ่างล้างหน้า เพื่อลดการเสียดสีและกระแทกระหว่างพื้นอ่างและวัสดุอื่น ๆ นอกจากนี้ก็พยายามอย่าให้สารที่เป็นกรด เช่น น้ำส้มสายชู น้ำสลัด น้ำยาทำความสะอาด ลอยตัวอยู่บนอ่างนานนัก เพราะกรดเหล่านี้อาจจะทำลายพื้นผิวของอ่างให้ผุกร่อน หลุดลอกได้
  • 4. กำจัดคราบฝังแน่นด้วยเบกกิ้งโซดา โดยปกติแล้วอ่างล้างหน้าและอ่างล้างจานมักจะทำมาจากอะคริลิค สเตนเลส และวัสดุที่ค่อนข้างมีพื้นผิวบอบบาง ดังนั้นเราจึงไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดชนิดรุนแรง รวมถึงอย่าใช้วัสดุเนื้อแข็ง เช่น แปรง ขัดทำความสะอาดอ่างด้วย แต่ควรจะใช้ฟองน้ำชุบน้ำสบู่อ่อน ๆ หรือน้ำยาล้างจาน ขัดทำความสะอาดแทน ส่วนคราบฝังแน่น แนะนำให้ผสมเบกกิ้งโซดากับน้ำปริมาณเล็กน้อยพอให้มีลักษณะข้นเหนียว แล้วนำไปป้ายบริเวณคราบสกปรก ทิ้งไว้ 5 นาที จากนั้นใช้ฟองน้ำขัดทำความสะอาด และล้างออกด้วยน้ำอีกครั้ง
  • 5.เพิ่มความวาวใสให้อ่างถือเป็นสิ่งสำคัญเหมือนกัน เพื่อให้อ่างที่สะอาดดูเปล่งประกายวาวใสอยู่เสมอ โดยใช้กระดาษทิชชู่ซับน้ำมัน ที่มีลักษณะแผ่นหนาละใหญ่กว่ากระดาษทิชชู่ธรรมดา ชุปกับสารฟอกขาว(ควรใช้แต่กับอ่างสีขาว)แล้วนำไปแปะไว้ให้ทั่วอ่าง ทิ้งไว้ประมาณ30 นาที แล้วเอากระดาษทิชชู่ออกล้างด้วยน้ำเปล่าอีกรอบ แค่นี้อ่างของคุณทั้งขาวสะอาดและเปล่งประกายวาวใสอีกด้วย

ดังนั้น เพื่อสุขภาพอนามัยที่ดีของคนในครอบครัว ย่าลืมทำความสะอาดสุขภัณฑ์ห้องน้ำ ทั้งอ่างล้างหน้า และโถสุขภัณฑ์ อยู่สม่ำเสมอเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง อย่าปล่อยคราบไว้นานเพราะจะทำให้การทำความสะอาดยากยิ่งขึ้น